ข่าวสาร มีผู้อ่าน 45
เขียนโดย Kamonpong Yiengsawang | Jan 12, 2026

Downtime ต้นปี แพงกว่าที่คิด

 

ช่วงต้นปีคือช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของโรงงานอุตสาหกรรม หลายองค์กรมีแผนเร่งการผลิต เปิดไลน์ใหม่ รับออเดอร์ล็อตใหญ่ หรือเริ่มสัญญากับลูกค้ารายสำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน ต้นปีก็เป็นช่วงที่โรงงานจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับปัญหา Downtime แบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งสร้างความเสียหายมากกว่าที่หลายคนคาดคิด

Downtime ต้นปีไม่ได้เป็นแค่การ “หยุดงานชั่วคราว” แต่คือ ต้นทุนแฝงที่กระทบทั้งรายได้ แผนงาน และความเชื่อมั่นของลูกค้า อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงที่ทุกแผนยังตั้งต้นใหม่


ทำไม Downtime ช่วงต้นปีถึงแพงเป็นพิเศษ?

1. ต้นปีคือช่วงเร่งสร้างรายได้

ต้นปีคือช่วงที่โรงงานต้องเดินเครื่องเต็มกำลังเพื่อสร้าง Cash Flow หากเกิด Downtime เพียง 1 วัน เท่ากับเสียโอกาสในการผลิตตั้งแต่วันแรก ๆ ของปี ซึ่งมูลค่าความเสียหายมักสูงกว่าช่วงปลายปีอย่างมีนัยสำคัญ

หลายโรงงานพบว่า Downtime 1 วันในเดือนแรกของปี มีมูลค่าความเสียหายตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท เมื่อรวมค่าแรง ค่าเสียโอกาส และค่าปรับจากการส่งมอบล่าช้า


2. แผนการผลิตต้นปีถูกวางแบบแน่น

ต้นปีเป็นช่วงที่แผนการผลิตถูกล็อกไว้ล่วงหน้าแล้ว การหยุดงานแม้เพียงวันเดียวอาจทำให้:

  • งานสะสม (Backlog) เพิ่มทันที

  • ต้องเร่ง OT เพื่อไล่แผน

  • เกิดความเครียดในสายการผลิต

ต้นทุน OT และค่าแรงเร่งด่วนเหล่านี้ มักสูงกว่าค่าแรงปกติ 1.5–3 เท่า


3. เครื่องมือและเครื่องจักรผ่านการใช้งานหนักจากปลายปี

หลังจากการเร่งผลิตช่วงปลายปี เครื่องมือจำนวนมากเข้าสู่ต้นปีในสภาพที่ สึกหรอโดยไม่ได้รับการตรวจเช็กอย่างละเอียด หากไม่มีการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ความเสี่ยงเครื่องมือพังกลางคันจะสูงมาก

และเมื่อเครื่องมือพังในช่วงต้นปี ผลกระทบจะยิ่งขยายวงกว้างกว่าปกติ


“หยุดวันเดียว = เสียเป็นแสน” คิดจากอะไร?

Downtime 1 วัน ไม่ได้หมายถึงแค่เครื่องจักรหยุด แต่รวมต้นทุนแฝงหลายส่วน ได้แก่

  • ค่าแรงพนักงาน ที่ยังต้องจ่ายเต็มจำนวน

  • ค่าเสียโอกาสจากการผลิตที่หายไป

  • ค่าล่วงเวลา (OT) เพื่อเร่งงานชดเชย

  • งานเสีย (Reject) จากการหยุด–เริ่มใหม่

  • ค่าปรับหรือความเสียหายจากการส่งมอบล่าช้า

เมื่อรวมทั้งหมด โรงงานขนาดกลางจำนวนมากพบว่า Downtime 1 วัน มีต้นทุนไม่ต่ำกว่า 100,000–500,000 บาท และในบางอุตสาหกรรมอาจสูงกว่านั้นหลายเท่า


สาเหตุ Downtime ต้นปีที่พบบ่อย

1. เครื่องมือเสื่อมสภาพจากปลายปี

เครื่องมือราคาถูกหรือเครื่องมือที่ถูกใช้งานเกินสเปก มักพังในช่วงต้นปี ซึ่งเป็นช่วงที่หลายโรงงานคิดว่า “ยังไม่น่ามีปัญหา”

2. อะไหล่และเครื่องมือไม่พร้อม

การไม่ได้วางแผนสต๊อกอะไหล่หรือเครื่องมือสำรองตั้งแต่ปลายปี ทำให้เมื่อเกิดปัญหา ต้องรอของ ส่งผลให้ Downtime ยืดเยื้อ

3. ใช้เครื่องมือไม่ตรงงาน

การเลือกเครื่องมือที่ไม่เหมาะกับงานจริง อาจใช้งานได้ในระยะสั้น แต่มีโอกาสพังสูงเมื่อเริ่มเดินเครื่องเต็มกำลังต้นปี


วิธีป้องกัน Downtime ต้นปีอย่างได้ผล

 

 

1. ตรวจสอบเครื่องมือก่อนเปิดไลน์

ทำ Tool Audit ก่อนเริ่มปีใหม่ ตรวจเช็กสภาพเครื่องมือที่ใช้ในงานหลัก และเปลี่ยนเครื่องมือที่มีความเสี่ยงสูงก่อนเกิดปัญหา

2. เลือกเครื่องมือคุณภาพที่ทนงานต่อเนื่อง

เครื่องมือคุณภาพสูง โดยเฉพาะมาตรฐานยุโรป ถูกออกแบบให้รองรับงานหนักและใช้งานต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงเสียกลางคันได้อย่างมีนัยสำคัญ

3. มองต้นทุนแบบ Total Cost of Ownership (TCO)

อย่ามองแค่ราคาซื้อ แต่ให้มองต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน เครื่องมือที่ดูแพง อาจช่วยประหยัดเงินได้มากกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับ Downtime ที่ลดลง

4. ทำงานกับซัพพลายเออร์ที่พร้อมจริง

เลือกซัพพลายเออร์ที่มีสต๊อก มีทีมเทคนิค และเข้าใจงานโรงงาน เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้เร็วหากเกิดเหตุไม่คาดคิด


บทสรุปสำหรับผู้บริหารและฝ่ายจัดซื้อ

Downtime ต้นปีไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่แค่ปัญหาหน้างาน แต่คือ ปัญหาทางธุรกิจ ที่กระทบกำไรทั้งปีตั้งแต่วันแรก

หยุดวันเดียว = เสียเป็นแสน ไม่ใช่คำพูดเกินจริง แต่เป็นตัวเลขที่โรงงานจำนวนมากเจอมาแล้ว

การลงทุนกับเครื่องมือที่เหมาะสม การวางแผนล่วงหน้า และการเลือกคู่ค้าที่เชื่อถือได้ คือวิธีที่คุ้มค่าที่สุดในการป้องกัน Downtime ตั้งแต่ต้นปี

เพราะปีที่ดีของโรงงาน ควรเริ่มจากวันแรกที่สายการผลิตไม่หยุดเดิน


สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติม:

บทความ

10 วิธี การจัดการเพื่อลดต้นทุนในคลังสินค้า

จากการที่ Hoffmann Group จะต้องมีการจัดเก็บสินค้าและส่งสินค้าไปมากกว่า 200 สาขาทั่วโลก เลยจำเป็นต้องมีการจัดการเรื่องคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพ ทีมงาน HM Group เลยอยากนำวิธีการบางส่วนมาแบ่งปันกัน

Hoffmann Group Workstation and Storage Design

การบริการ "workstations and storage solutions" ของHM Group สามารถให้บริการตั้งแต่เริ่มต้นงานดีไซน์จนกระทั่งจบกระบนการติดตั้ง และในทุกๆขั้นตอนเรามีมุ่งมั่นเพื่อที่จะให้คุณได้รับคุณภาพและการที่งานที่ดีที่สุด บนต้นทุนที่ดีที่สุดเช่นกัน

ปรับเปลี่ยนวิธีการใช้งานเพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานประแจได้อีกนาน

ประแจ เป็นเครื่องมือที่ใช้แรงบิดที่สำคัญ ใช้สำหรับจับ ยึด ขัน หรือคลายหัวสกรู นอต สลักเกลียว และท่อประแจจะมีรูปร่าง ขนาด และความยาวแตกต่างกัน

เลือกซื้อสว่านยังไง? ให้ถูกประเภทการใช้งาน

เครื่องมือช่างที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ไม่ว่าจะเป็นช่างมืออาชีพ หรือมือสมัครเล่นที่จำเป็นจะต้องมีติดบ้านไว้ นั่นก็คือ สว่าน เนื่องจากเป็นเครื่องมืออุปกรณ์พื้นฐานที่สามารถใช้ได้กับงานหลากหลายทั่วไป เรียกว่า เป็นเครื่องมือที่ใช้ง่าย ใครๆก็สามารถใช้ได้

การเลือกซื้อประแจปอนด์หรือประแจทอร์ค

ประแจปอนด์ (Torque Wrench) เป็นเครื่องมือที่ใช้ตั้งค่าแรงบิด ค่าทอร์คเพื่อการไขน็อต หรืออุปกรณ์ยึดต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไขแน่นเกินไป หรือหลวมเกินไป

GARANT Screwdriver- ไขควงด้ามจับกันลื่น

เครื่องมือช่างบ้างชิ้นที่ขายกันอยุู่ตามท้องตลาดทุกวันนี้ต่างก็มีฟังก์ชั่นพิเศษเป็นเอกลักษณ์ในแต่ล่ะรุ่นและในแต่ล่ะแบรนด์ เพื่อตอบโจทย์ให้เข้ากับลักษณะงานของช่าง ในปัจจุบันเราใช้งานอุปกรณ์ช่างพื้นฐานอย่างไขควงกันในงานหลายประเภททำให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ

สมัครรับข่าวสาร สมัครเพื่อรับข่าวสาร โปรโมชั่น สิทธิพิเศษจาก บริษัท เอช.เอ็ม. กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด