10 วิธี การจัดการเพื่อลดต้นทุนในคลังสินค้า
จากการที่ Hoffmann Group จะต้องมีการจัดเก็บสินค้าและส่งสินค้าไปมากกว่า 200 สาขาทั่วโลก เลยจำเป็นต้องมีการจัดการเรื่องคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพ ทีมงาน HM Group เลยอยากนำวิธีการบางส่วนมาแบ่งปันกัน

ช่วงต้นปีคือช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของโรงงานอุตสาหกรรม หลายองค์กรมีแผนเร่งการผลิต เปิดไลน์ใหม่ รับออเดอร์ล็อตใหญ่ หรือเริ่มสัญญากับลูกค้ารายสำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน ต้นปีก็เป็นช่วงที่โรงงานจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับปัญหา Downtime แบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งสร้างความเสียหายมากกว่าที่หลายคนคาดคิด
Downtime ต้นปีไม่ได้เป็นแค่การ “หยุดงานชั่วคราว” แต่คือ ต้นทุนแฝงที่กระทบทั้งรายได้ แผนงาน และความเชื่อมั่นของลูกค้า อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงที่ทุกแผนยังตั้งต้นใหม่
ต้นปีคือช่วงที่โรงงานต้องเดินเครื่องเต็มกำลังเพื่อสร้าง Cash Flow หากเกิด Downtime เพียง 1 วัน เท่ากับเสียโอกาสในการผลิตตั้งแต่วันแรก ๆ ของปี ซึ่งมูลค่าความเสียหายมักสูงกว่าช่วงปลายปีอย่างมีนัยสำคัญ
หลายโรงงานพบว่า Downtime 1 วันในเดือนแรกของปี มีมูลค่าความเสียหายตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท เมื่อรวมค่าแรง ค่าเสียโอกาส และค่าปรับจากการส่งมอบล่าช้า
ต้นปีเป็นช่วงที่แผนการผลิตถูกล็อกไว้ล่วงหน้าแล้ว การหยุดงานแม้เพียงวันเดียวอาจทำให้:
งานสะสม (Backlog) เพิ่มทันที
ต้องเร่ง OT เพื่อไล่แผน
เกิดความเครียดในสายการผลิต
ต้นทุน OT และค่าแรงเร่งด่วนเหล่านี้ มักสูงกว่าค่าแรงปกติ 1.5–3 เท่า
หลังจากการเร่งผลิตช่วงปลายปี เครื่องมือจำนวนมากเข้าสู่ต้นปีในสภาพที่ สึกหรอโดยไม่ได้รับการตรวจเช็กอย่างละเอียด หากไม่มีการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ความเสี่ยงเครื่องมือพังกลางคันจะสูงมาก
และเมื่อเครื่องมือพังในช่วงต้นปี ผลกระทบจะยิ่งขยายวงกว้างกว่าปกติ
Downtime 1 วัน ไม่ได้หมายถึงแค่เครื่องจักรหยุด แต่รวมต้นทุนแฝงหลายส่วน ได้แก่
ค่าแรงพนักงาน ที่ยังต้องจ่ายเต็มจำนวน
ค่าเสียโอกาสจากการผลิตที่หายไป
ค่าล่วงเวลา (OT) เพื่อเร่งงานชดเชย
งานเสีย (Reject) จากการหยุด–เริ่มใหม่
ค่าปรับหรือความเสียหายจากการส่งมอบล่าช้า
เมื่อรวมทั้งหมด โรงงานขนาดกลางจำนวนมากพบว่า Downtime 1 วัน มีต้นทุนไม่ต่ำกว่า 100,000–500,000 บาท และในบางอุตสาหกรรมอาจสูงกว่านั้นหลายเท่า
เครื่องมือราคาถูกหรือเครื่องมือที่ถูกใช้งานเกินสเปก มักพังในช่วงต้นปี ซึ่งเป็นช่วงที่หลายโรงงานคิดว่า “ยังไม่น่ามีปัญหา”
การไม่ได้วางแผนสต๊อกอะไหล่หรือเครื่องมือสำรองตั้งแต่ปลายปี ทำให้เมื่อเกิดปัญหา ต้องรอของ ส่งผลให้ Downtime ยืดเยื้อ
การเลือกเครื่องมือที่ไม่เหมาะกับงานจริง อาจใช้งานได้ในระยะสั้น แต่มีโอกาสพังสูงเมื่อเริ่มเดินเครื่องเต็มกำลังต้นปี

ทำ Tool Audit ก่อนเริ่มปีใหม่ ตรวจเช็กสภาพเครื่องมือที่ใช้ในงานหลัก และเปลี่ยนเครื่องมือที่มีความเสี่ยงสูงก่อนเกิดปัญหา
เครื่องมือคุณภาพสูง โดยเฉพาะมาตรฐานยุโรป ถูกออกแบบให้รองรับงานหนักและใช้งานต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงเสียกลางคันได้อย่างมีนัยสำคัญ
อย่ามองแค่ราคาซื้อ แต่ให้มองต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน เครื่องมือที่ดูแพง อาจช่วยประหยัดเงินได้มากกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับ Downtime ที่ลดลง
เลือกซัพพลายเออร์ที่มีสต๊อก มีทีมเทคนิค และเข้าใจงานโรงงาน เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้เร็วหากเกิดเหตุไม่คาดคิด
Downtime ต้นปีไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่แค่ปัญหาหน้างาน แต่คือ ปัญหาทางธุรกิจ ที่กระทบกำไรทั้งปีตั้งแต่วันแรก
หยุดวันเดียว = เสียเป็นแสน ไม่ใช่คำพูดเกินจริง แต่เป็นตัวเลขที่โรงงานจำนวนมากเจอมาแล้ว
การลงทุนกับเครื่องมือที่เหมาะสม การวางแผนล่วงหน้า และการเลือกคู่ค้าที่เชื่อถือได้ คือวิธีที่คุ้มค่าที่สุดในการป้องกัน Downtime ตั้งแต่ต้นปี
เพราะปีที่ดีของโรงงาน ควรเริ่มจากวันแรกที่สายการผลิตไม่หยุดเดิน
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติม:
จากการที่ Hoffmann Group จะต้องมีการจัดเก็บสินค้าและส่งสินค้าไปมากกว่า 200 สาขาทั่วโลก เลยจำเป็นต้องมีการจัดการเรื่องคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพ ทีมงาน HM Group เลยอยากนำวิธีการบางส่วนมาแบ่งปันกัน
การบริการ "workstations and storage solutions" ของHM Group สามารถให้บริการตั้งแต่เริ่มต้นงานดีไซน์จนกระทั่งจบกระบนการติดตั้ง และในทุกๆขั้นตอนเรามีมุ่งมั่นเพื่อที่จะให้คุณได้รับคุณภาพและการที่งานที่ดีที่สุด บนต้นทุนที่ดีที่สุดเช่นกัน
ประแจ เป็นเครื่องมือที่ใช้แรงบิดที่สำคัญ ใช้สำหรับจับ ยึด ขัน หรือคลายหัวสกรู นอต สลักเกลียว และท่อประแจจะมีรูปร่าง ขนาด และความยาวแตกต่างกัน
เครื่องมือช่างที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ไม่ว่าจะเป็นช่างมืออาชีพ หรือมือสมัครเล่นที่จำเป็นจะต้องมีติดบ้านไว้ นั่นก็คือ สว่าน เนื่องจากเป็นเครื่องมืออุปกรณ์พื้นฐานที่สามารถใช้ได้กับงานหลากหลายทั่วไป เรียกว่า เป็นเครื่องมือที่ใช้ง่าย ใครๆก็สามารถใช้ได้
ประแจปอนด์ (Torque Wrench) เป็นเครื่องมือที่ใช้ตั้งค่าแรงบิด ค่าทอร์คเพื่อการไขน็อต หรืออุปกรณ์ยึดต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไขแน่นเกินไป หรือหลวมเกินไป
เครื่องมือช่างบ้างชิ้นที่ขายกันอยุู่ตามท้องตลาดทุกวันนี้ต่างก็มีฟังก์ชั่นพิเศษเป็นเอกลักษณ์ในแต่ล่ะรุ่นและในแต่ล่ะแบรนด์ เพื่อตอบโจทย์ให้เข้ากับลักษณะงานของช่าง ในปัจจุบันเราใช้งานอุปกรณ์ช่างพื้นฐานอย่างไขควงกันในงานหลายประเภททำให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ